Hankook Tire คว้าคะแนนผู้นำระดับ ‘A’ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจาก CDP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 go to main prd

บริษัท

Hankook Tire คว้าคะแนนผู้นำระดับ ‘A’ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจาก CDP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

2025. 12. 24

- ได้รับคะแนนสูงสุดระดับ ‘A’ ในหมวด Climate Change จาก CDP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนศักยภาพด้าน ESG ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
- เสริมความแข็งแกร่งด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านแผนลดการปล่อยคาร์บอนและโครงสร้างธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น
- ขยายการรับรอง ISCC PLUS ไปยังโรงงานทั่วโลก พร้อมเดินหน้าพัฒนาวัสดุยั่งยืนผ่านความร่วมมือแบบ Open Innovation


โซล, เกาหลีใต้, 24 ธันวาคม 2025 — Hankook Tire & Technology ผู้นำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมยางรถยนต์ ได้รับคะแนนสูงสุดระดับ ‘A’ ในหมวดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จาก Carbon Disclosure Project (CDP) ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล

CDP เป็นองค์กรประเมินและเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยประเมินผลการดำเนินงานด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบริษัทชั้นนำทั่วโลก และถือเป็นหนึ่งในมาตรฐาน ESG ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดควบคู่กับ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ในการประเมินล่าสุดนี้ Hankook Tire ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพชั้นนำของอุตสาหกรรมในหลายด้านสำคัญ อาทิ ธรรมาภิบาลด้านสภาพภูมิอากาศ เป้าหมายและผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Hankook Tire ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากความพยายามที่เป็นระบบและก้าวหน้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิตยาง การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้งานและการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายใต้กลยุทธ์การบริหารจัดการคาร์บอนระยะกลางถึงระยะยาว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 บริษัทได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระยะใกล้ปี 2030 และเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 จาก Science Based Targets initiative (SBTi) ตั้งแต่ปี 2023

Hankook Tire ยังคงพัฒนาโครงสร้างธรรมาภิบาลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้คณะกรรมการบริษัทเป็นศูนย์กลาง พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในด้านการกำหนดนโยบายและเป้าหมาย การบูรณาการประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศเข้าสู่การตัดสินใจเชิงบริหาร การติดตามผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบนพื้นฐานการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (LCA) รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างโปร่งใส ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างมูลค่าองค์กรในระยะยาว

ในด้านการผลิต Hankook Tire ได้ขยายระบบการผลิตที่ใช้วัสดุยั่งยืนไปยังเครือข่ายโรงงานทั่วโลก โดยได้รับการรับรอง International Sustainability & Carbon Certification (ISCC) PLUS จากโรงงานกึมซานในปี 2021 ซึ่งถือเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ ต่อด้วยโรงงานในฮังการีในปี 2023 และโรงงานแดจอนในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทมีกรอบการผลิตผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งยางติดรถยนต์จากโรงงาน ยางทดแทน และยางสำหรับมอเตอร์สปอร์ต

นอกจากนี้ Hankook Tire ยังเร่งพัฒนาวัสดุคาร์บอนต่ำรุ่นใหม่ผ่านความร่วมมือด้านเทคโนโลยีแบบ Open Innovation โดยในปีนี้ บริษัทได้ดำเนินโครงการร่วมกับ ROTOBOOST เพื่อพัฒนา Carbon Black จากไฮโดรเจนสีเทอร์ควอยซ์ และร่วมกับ Solvay ในการพัฒนาซิลิกาแบบหมุนเวียน (Circular Silica) เพื่อเป็นวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเข้าร่วมโครงการวิจัยระดับชาติและความร่วมมือภายในประเทศ เพื่อทดสอบเทคโนโลยีลดคาร์บอนและขยายศักยภาพเชิงพาณิชย์ของวัสดุทางเลือก

ขณะเดียวกัน Hankook Tire ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมภายใต้กลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียนของบริษัท “E.Circle” โดยมุ่งลดการพึ่งพาทรัพยากรจากฟอสซิล ป้องกันการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง และลดการปล่อยคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ในภาพรวม

จากความพยายามดังกล่าว Hankook Tire ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในระดับสูงสุด “3-Star Environmental Accreditation” จากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) เมื่อปีที่ผ่านมา และยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อ “World’s Most Sustainable Companies of 2024” โดย TIME และ Statista ตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำด้าน ESG ในระดับโลกอย่างชัดเจน

Hankook_Tire_Headquarters_Technoplex