เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ หากคุณค้นดูเว็บไซต์นี้ต่อ จะถือว่าคุณยอมรับให้เราใช้คุกกี้ได้. ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

close

การติดฉลากยาง

Hankook ได้สร้างระบบการติดฉลากยางเพื่อให้ข้อมูลที่มีคุณค่าแก่ลูกค้า ซึ่งรวมถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสมรรถนะ ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม. เป้าหมายของเราที่ Hankook คือ การยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าและการปรับปรุงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม.

Hankook ได้สร้างระบบการติดฉลากยางเพื่อให้ข้อมูลที่มีคุณค่าแก่ลูกค้า ซึ่งรวมถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสมรรถนะ ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม. เป้าหมายของเราที่ Hankook คือ การยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าและการปรับปรุงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม.

ข้อบังคับเกี่ยวกับการติดฉลากยาง

ข้อบังคับเกี่ยวกับการติดฉลากยางเป็นมาตรฐานของสหภาพยุโรปที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อยางของเรา ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบลักษณะของยางก่อนตัดสินใจซื้อได้ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและแสดงสมรรถนะที่โดดเด่น Hankook จึงบรรลุเป้าหมายในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าและการปกป้องสิ่งแวดล้อม.

นอกเหนือจากข้อมูลบนฉลากแล้ว ลูกค้ายังสามารถประเมินผลด้านสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของเราได้โดยดูจากแผนภูมิและกราฟที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสมรรถนะในการวิ่งและการทดสอบมากมายที่ทำขึ้นโดยนิตยสารยานยนต์ฉบับต่าง ๆ.

* คุณยังสามารถลดค่าเชื้อเพลิงได้โดยใช้ยางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของเรา โปรดทราบว่าค่าเชื้อเพลิงอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของยานพาหนะ สภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่.

ข้อบังคับเกี่ยวกับฉลากที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั่วโลก

Hankook ทำงานอย่างหนักเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าในการนำข้อบังคับเกี่ยวกับการติดฉลากยางมาใช้.

ข้อบังคับเกี่ยวกับการติดฉลากยางของสหภาพยุโรป

hankook-tire-labeling-02

ข้อบังคับต่าง ๆ กำหนดให้ผู้ผลิตยางต้องแจ้งประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง ค่าประเมินการยึดเกาะถนนเปียก และสมรรถนะเสียงกลิ้งภายนอกสำหรับยาง C1, C2 และ C3 (นั่นคือ ยางที่ส่วนใหญ่ติดบนรถยนต์นั่งและยานพาหนะที่รองรับงานเบาและงานหนัก).

ปัจจุบัน การขาดข้อมูลเกี่ยวกับสมรรถนะของยางที่เชื่อถือได้และนำมาเปรียบเทียบได้ทำให้ผู้บริโภคเกิดความยุ่งยากในการนำองค์ประกอบเหล่านี้มาใช้พิจารณาในการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเปลี่ยนยางชุดที่ใช้แล้วใหม่ นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2012 เป็นต้นมา จะมีข้อมูลสมรรถนะของยางที่จุดขายและในเอกสารส่งเสริมการขายทางเทคนิคทั้งหมด เช่น แค็ตตาล็อก ใบปลิว และการทำการตลาดบนเว็บไซต์.

เป้าหมาย คือ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของตลาดที่มุ่งไปสู่ยางที่มีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ปลอดภัย และมีเสียงต่ำ ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานที่ได้บรรลุไปแล้ว อีกทั้ง ยังปูทางสำหรับการแข่งขันด้านสมรรถนะและราคาของยาง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา.

(แหล่งที่มา: คณะกรรมาธิการยุโรป)

ระบบการติดฉลากยางของสหภาพยุโรปดำเนินการตามเกณฑ์สามข้อต่อไปนี้

01. ประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง

hankook-tire-labeling-03

ประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงจะวัดโดยการต้านทานการกลิ้ง (RR) ของยาง.

การต้านทานการกลิ้งเป็นการต้านทานที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุทรงกลม เช่น ลูกบอลหรือยาง กลิ้งบนพื้นผิวเรียบโดยเคลื่อนไหวเป็นเส้นตรงที่ความเร็วคงที่ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนรูปของวัตถุดังกล่าวการเปลี่ยนรูปของพื้นผิวดังกล่าว หรือทั้งสองรูปแบบ.

ปัจจัยร่วมเพิ่มเติมรวมถึงรัศมีของล้อ ความเร็วในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า การยึดกับพื้นผิว และการเลื่อนในระดับไมโครเชิงสัมพัทธ์ระหว่างพื้นผิวที่สัมผัส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัสดุของล้อหรือยางและชนิดของพื้นดินอย่างมาก.

Fuel Efficiency
กลุ่ม PCR (C1) LTR (C2) TBR (C3)
A RRC ≤ 6.5 RRC ≤ 5.5 RRC ≤ 4.0
B 6.6 ≤ RRC ≤ 7.7 5.6 ≤ RRC ≤ 6.7 4.1 ≤ RRC ≤ 5.0
C 7.8 ≤ RRC ≤ 9.0 6.8 ≤ RRC ≤ 8.0 5.1 ≤ RRC ≤ 6.0
D ไม่มี ไม่มี 6.1 ≤ RRC ≤ 7.0
E 9.1 ≤ RRC ≤ 10.5 8.1 ≤ RRC ≤ 9.2 7.1 ≤ RRC ≤ 8.0
F 10.6 ≤ RRC ≤ 12.0 9.3 ≤ RRC ≤ 10.5 8.1 ≤ RRC
G 12.1 ≤ RRC 10.6 ≤ RRC ไม่มี

เจ็ดกลุ่มตั้งแต่ G (มีประสิทธิภาพน้อยที่สุด) ถึง A (มีประสิทธิภาพมากที่สุด)

ผลอาจต่างกันตามแต่ชนิดของยานพาหนะและสภาพในการขับขี่ แต่ความแตกต่างระหว่างกลุ่ม G กับ A สำหรับยางที่สมบูรณ์ชุดหนึ่งอาจลดการบริโภคเชื้อเพลิงลงได้มากถึงร้อยละ 7.5 และมากกว่านั้นในกรณีของรถบรรทุก.

02. การยึดเกาะถนนเปียก

hankook-tire-labeling-04

การยึดเกาะถนนเปียกบ่งชี้ถึงสมรรถนะในการเบรกของยางบนพื้นถนนเปียก และเกี่ยวข้องกับสมรรถนะความปลอดภัยของยานพาหนะ ยางที่มีการต้านทานการกลิ้งต่ำจะมีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงสูง แต่อาจมีปัญหาด้านความปลอดภัยได้ เนื่องจากยางที่มีการต้านทานการกลิ้งต่ำจะมีการเกาะติดถนนต่ำเมื่อถนนเปียก ดังนั้น สภายุโรปกำหนดให้บริษัทยางต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเกาะติด (หรือการยึดเกาะถนน) ของยาง เมื่อใช้เบรกบนถนนเปียก.

hankook-tire-labeling-05
Fuel Efficiency
กลุ่ม PCR (C1) LTR (C2) TBR (C3)
A 1.55 ≤ G 1.40 ≤ G 1.25 ≤ G
B 1.40 ≤ G ≤ 1.54 1.25 ≤ G ≤ 1.39 1.10 ≤ G ≤ 1.24
C 1.25 ≤ G ≤ 1.39 1.10 ≤ G ≤ 1.24 0.95 ≤ G ≤ 1.09
D ว่างเปล่า ว่างเปล่า 0.80 ≤ G ≤ 0.94
E 1.10 ≤ G ≤ 1.24 0.95 ≤ G ≤ 1.09 0.65 ≤ G ≤ 0.79
F G ≤ 1.09 G ≤ 0.94 G ≤ 0.64
G ว่างเปล่า ว่างเปล่า ว่างเปล่า

เจ็ดกลุ่มตั้งแต่ G (ระยะเบรกยาวที่สุด) ถึง A (ระยะเบรกสั้นที่สุด)

ผลอาจต่างกันตามแต่ชนิดของยานพาหนะและสภาพในการขับขี่ แต่ในกรณีของการเบรกเต็มที่ ความแตกต่างระหว่างกลุ่ม G กับ A สำหรับยางที่เหมือนกันสี่เส้นชุดหนึ่งอาจมีระยะเบรกสั้นลงได้สูงสุดร้อยละ 30 (ตัวอย่างเช่น สำหรับการขับขี่รถยนต์นั่งทั่วไปที่ความเร็ว 80 กม./ชม. อาจมีระยะเบรกสั้นลงได้มากถึง 18 เมตร).

03. ระดับเสียง

hankook-tire-labeling-06

ระดับเสียงภายนอกจะวัดในหน่วยเดซิเบล (dB) และระบุอยู่ในสามประเภท (หมายถึง แท่งดำทางด้านซ้าย) ยิ่งมีแท่งดำอยู่มากเท่าใด ยางก็ยิ่งสร้างเสียงบนถนนมากขึ้นเท่านั้น.

hankook-tire-labeling-07

นอกเหนือจากข้อมูลจำเพาะเกี่ยวกับระดับเสียงในหน่วยเดซิเบล (dB(A)) แล้ว แผนภูมิรูปภาพยังแสดงให้เห็นว่าสมรรถนะเสียงกลิ้งภายนอกของยาง สูงกว่าค่าขีดจำกัดบังคับของยุโรปในอนาคต (แท่งดำสามแท่ง = ยางที่มีเสียงดังกว่า), ต่ำกว่าค่าขีดจำกัดในอนาคตอยู่สูงสุดถึง 3 เดซิเบล (แท่งดำสองแท่ง = ระดับเสียงเฉลี่ย) หรือต่ำกว่าค่าขีดจำกัดในอนาคตอยู่มากกว่า 3 เดซิเบล (แท่งดำหนึ่งแท่ง = ยางที่มีเสียงต่ำ) หรือไม่.


TOP

It is